“อนุทิน” อ้อนเลือกภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาล มีคนละครึ่งพลัส เฟส 2

“อนุทิน” ลุยหาเสียงอีสานประเดิม นครพนม อ้อนเทคะแนนกาเบอร์ 37 เด้อ อยากได้คนละครึ่งพลัส เฟส 2 เลือกภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาล ด้าน “ชาดา” เปิดใจ ชู “อนุทิน” ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 21 ม.ค. ที่ จ.นครพนม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลาราชการ ลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.นครพนม ซึ่งถือเป็นการลงพื้นที่หาเสียงภาคอีสานครั้งแรก ช่วยผู้สมัคร สส. นครพนม ของพรรคทั้ง 4 เขต ประกอบด้วย น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ เขต 1 นายณพจน์ศกร ทนัพยสิทธิ์ เขต 2, นายอลงกต มณีกาศ เขต 3 และนายชูกัน กุลวงษา เขต 4 โดยมี น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา ร่วมคณะ โดยนายอนุทิน ลงพื้นที่จุดแรกที่อ่างเก็บน้ำหนองสังข์ อ.นาแก ช่วยหาเสียงให้กับนายชูกัน กุลวงษา ผู้สมัคร สส. นครพนม เขต 4
โดยทันทีที่นายอนุทินเดินทางถึง ชาวบ้านได้นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองคล้องคอ และผ้าขาวม้าผูกเอวต้อนรับตามธรรมเนียมภาคอีสาน บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ท่ามกลางเพลงหาเสียงของพรรค ภท. เช่น เพลงเลือกแล้วค่ะ
จากนั้น นายอนุทิน ได้ขึ้นเวทีปราศรัยว่า จำกันได้หรือไม่ เมื่อ 2 ปีที่แล้วตนมาที่แห่งนี้ มาขอให้ไว้วางใจตน เลือกผู้สมัครของพรรค ให้เป็นผู้แทนของพี่น้อง นายชูกัน เป็นคนที่ตนถูกชะตา โกรธไม่ลง จังหวะนี้ นายอนุทิน น่าจะหมายถึง ช่วงที่นายชูกัน โหวตสวนมติพรรค ปมกาสิโน
นายอนุทิน กล่าวว่า นายชูกัน เวลาพูดถึงพี่น้องชาวนาแก ยิ้มหน้าเป็นกระด้งเลย เขาเป็นคนที่พูดกับคนนาแก รู้เรื่องเท่านั้น เวลาตนคุยกับนายชูกัน มั่นใจได้เลยไม่เคยมีเรื่องอื่น มีแต่เรื่องของพี่น้องชาวนาแก นครพนม 2 ปีที่แล้ว พี่น้องก็ให้ความเมตตาตน เขาทำหน้าที่ผู้แทนได้อย่างดี
...
ก่อนที่ นายอนุทิน จะถามชาวบ้านว่าอยากให้เปิดด่านชายแดนหรือไม่ ชาวบ้านตอบทันทีว่าไม่ พร้อมย้ำว่า ผลประโยชน์แฝงที่ทำให้รัฐบาลยังไม่ยอมเปิดด่าน คือข้าวผิดกฎหมาย ก็ไม่เข้ามา ทำราคาข้าวในประเทศสูงขึ้น ข้าวเถื่อน ยางเถื่อน มันเถื่อนไม่เข้ามา พืชผลการเกษตรไม่เข้ามา แล้วรัฐบาลนี้ก็เอาข้าวไปขายได้อีก 600,000 ตัน ทำให้ข้าวราคาดีขึ้น ซึ่งชาวนาถือเป็นคนสำคัญมากที่สุดสำหรับคนในพรรค ภท. เราต้องหาช่องทางการตลาดไม่ใช่ไปขายเพื่อให้เขาไปทำแป้ง หรืออาหารสัตว์ แต่ต้องขายข้าวเป็นข้าว เพราะคนทำนาลำบาก ขายให้เป็นสินค้าที่คงมูลค่า เพราะข้าวไทย คุณภาพดี และอร่อยถึงได้ขายได้ราคาดี
นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว. พาณิชย์ ตนได้บอกว่า เวลาไปเจรจาต่างประเทศ ต้องมีคำว่าข้าวไทยอยู่ในการเจรจา เพราะโลกปัจจุบัน มีภัยพิบัติ เหตุสงคราม ถ้ามีภัยเหล่านี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อาหาร เราไปขายข้าว ต่างประเทศ ตอนนี้เราบอกเขาแล้วว่าไม่ใช่กินอย่างเดียว ต้องสำรองไว้ด้วย เพื่อให้เกิดความมั่นคงให้กับต่างชาติ ไปใช้แนวนี้ ถึงมีราคา ทำให้ข้าวของเรา ราคาขึ้น ข้าวหอมมะลิไม่ต้องห่วงอยู่แล้วเพราะอร่อยที่สุดในโลกอยู่แล้ว แต่ต้องพัฒนาสายพันธุ์ เพราะคนอื่นเขาก็แข่งกับเราได้ ต้องพยายามทิ้งห่างคู่แข่ง
รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ กับรายได้ของประชาชน ช่วงไหนพอมีงบประมาณ ที่จะทำให้เศรษฐกิจเกิดการขยายตัว เกิดความคล่องตัว มีเงินหมุนเวียนให้จับจ่ายใช้สอย เราก็คิดต่อยอดโครงการคนละครึ่งพลัส โอเคไหมล่ะ ถึงแม้จะ 50:50 แต่ไม่ใช่การนำเงินมาไล่แจกให้พี่น้อง เราไม่ใช่วณิพก อยู่ดี ๆ ให้คนเอามาใส่ให้ เราเป็นประชาชนมีศักดิ์ศรี เราต้องดูแลให้ประชาชนรู้สึกมีส่วนร่วมจึงออกคนละครึ่งพลัส พรรค ภท. ถือว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ เฟส 1 เสร็จแล้ว จริงๆ จะออกเฟส 2 แต่ดันยุบสภาฯ เสียก่อน เพราะฉะนั้น หากพ่อแม่พี่น้องอยากได้เฟส 2 ก็ขอให้เลือกพรรค ภท. กลับไปเป็นรัฐบาล
นายอนุทิน กล่าวว่า จ.นครพนม กับตนก็มีความผูกพันอยู่แล้ว โครงการฟอกไตฟรี ที่โรงพยาบาลศรีสงคราม นครพนม เป็นที่ที่ทำให้รัฐมนตรีสาธารณสุขในขณะนั้น ประกาศว่าการฟอกไตต้องฟรีหมด เกิดที่นครพนม มีอยู่พักหนึ่งเอาออกไปอีก 3-4 เดือน พอพรรคภูมิใจไทย กลับเข้ามา ก็กลับคืนแล้ว คราวนี้ไม่ให้ใครเอาออกอีกแล้ว นั่นคือบัตรทองฟอกไตฟรี
นายกฯ คนนี้ ได้ทำสิ่งเหล่านี้ให้กับท่านแล้ว เราทำให้โลกรับรู้ศักดิ์ศรีของประเทศเรา ทำให้ประเทศเราสามารถไปต่อรองเจรจาการค้ากับต่างชาติได้ เราทำให้คนเขาเห็นคุณค่าสินค้าการเกษตรของไทย ทำทุกอย่างให้กับพ่อแม่พี่น้อง และเมื่อกลับเข้าไป เราก็จะผลักดันคนละครึ่งพลัส เฟส 2 เข้ามาให้พ่อแม่พี่น้อง
ช่วงหนึ่งนายอนุทิน อ่านโพย ก่อนกล่าวว่า มีข่าวดี ด้วยความต้องการของพ่อแม่พี่น้อง ที่ต้องการโรงพยาบาลนาแก ที่มีคุณภาพ มาตรฐานสูงมากขึ้น ผู้สมัครของพรรครับฟังความต้องการของพ่อแม่พี่น้อง เข้าไปพูดในสภาฯ และที่ประชุมของพรรค นาแกต้องมีโรงพยาบาลที่ดีกว่านี้ งบประมาณปี 70 จำนวน 200 กว่าล้าน เพื่อโรงพยาบาลนาแก ดังนั้นชาวนาแกมีโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานสูงแน่นอน งบเข้าแล้ว กระทรวงสาธารณสุขเห็นชอบแล้ว แต่ต้องให้สภาฯ เห็นชอบ แล้วใครจะต้องเข้าไปเห็นชอบ นี่ไง ชูกัน กุลวงษา ถ้าใครบังอาจคิดจะตัดอีก รับรองว่า ถ้าเลือกคนนี้ไป ไม่มีใครแย่งงบโรงพยาบาลชาวนาแกไปจากพี่น้องได้ และตนก็จะกำกับดูแลอย่างเต็มที่ เพื่อจะปกป้องงบประมาณที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวนาแก
ดังนั้นพี่น้องชาวนครพนม ถ้าเลือก ก็เลือกพรรค ภท. ให้ยกพรรคเลย นครพนมมี สส. 4 คน ก็ให้เลือก ทั้ง 4 พรรคเดียว เพราะถ้าเลือกหร็อมแหร็ม
ก็มีโอกาสขัดขากันเอง นี่คือความคิดของพรรคอื่น แต่พรรค ภท. ต่อให้เป็น สส. พรรคอื่นมาบอกว่าต้องทำแบบนี้ ให้ประชาชน นายกฯ คนนี้ ไม่เคยขัด ใจใหญ่กว่า เพราะเป้าหมายคือพี่น้องประชาชน อยู่ดีกินดี ตนอะไรก็ได้ เป็นนายกฯ ก็ได้เป็นแล้ว รัฐมนตรีก็ได้แล้ว ไม่ต้องเป็นอะไรก็ได้ แค่ได้ยินว่าพี่น้องชาวนาแกได้ประโยชน์ ตนก็มีความสุขแล้ว มีโรงพยาบาลแล้ว หนี้หมดแล้ว เอ็นจอยคนละครึ่ง เอ็นจอยสวัสดิการรัฐ แค่นี้ก็มีความสุขมากๆ แล้ว มีความสุขที่เห็นพี่น้องอยู่ดีกินดี จะให้ไม่เป็นอะไร เพื่อแลกกับสิ่งที่ผมบอก ก็เป็นมาแล้ว จะเป็นอะไรนักหนา แต่ถ้าได้เป็นต่อได้ดูแลต่อ มันก็พลัส พลัส พลัส บวก บวก บวก
หัวหน้าพรรค ภท. กล่าวว่า จ.นครพนมมีบุญคุณกับตน คนที่นี่ มาทดลองฉีดวัคซีน 3-4 พันคน หลังจากนั้น ประเทศไทยประกาศได้ว่า เราสามารถผลิตวัคซีนไข้หวัดได้ เพราะใครถ้าไม่ใช่คนนครพนม รัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย เราจะดูแลสุขภาพของท่าน ให้มีศักดิ์ศรีในทุกช่วงทุกวัย ส่วนจะหาเงินที่ไหน เป็นหน้าที่ของรัฐบาล เจรจาการค้า การเมือง นำคนมาเที่ยวในประเทศ ท่านจึงต้องเลือกรัฐบาลที่ทำงานเป็น ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส นี่คืองานหลักของพรรคภูมิใจไทย ขอโอกาสอีกครั้ง ไม่ยากเลย แค่เลือกผู้สมัครของพรรค ภท. และเลือก “อนุทิน” พรรค ภท. เบอร์ 37 พี่น้องทำแค่นี้ ส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ของพวกผมเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังลงจากเวทีปราศรัย ก่อนเดินทางกลับ นายอนุทิน ได้เดินเข้าไปทักทายชาวบ้านซึ่งได้มีคุณยายนำสายสิญจน์ผูกข้อมือให้กับนายอนุทินตามประเพณีคนอีสาน รวมถึงได้เดินเข้าไปทักทายผู้สูงอายุ ซึ่งบอกว่าดีใจได้เห็นนายอนุทินตัวจริง พร้อมอวยพรขอให้ได้เป็นนายกฯ เด้อ ขณะที่นายอนุทินตอบว่า “อย่าลืมเบอร์ 37 เด้อ” ซึ่งชาวบ้านตอบกลับว่าไม่ลืม
“ชาดา” เปิดใจชวนเลือกภูมิใจไทย ชูอนุทินไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน
ด้านนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส. อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีทำไมต้องเลือกพรรคภูมิใจไทยว่า เป็นพรรคการเมืองที่ไม่มีปัญหาเหมือนพรรคบางสี อยากขอให้ประชาชนเปิดใจและทำใจให้เป็นกลาง นำนายอนุทิน ชาญวีรกูล มาเป็นตัวตั้งในการเปรียบเทียบ แล้วพิจารณาผลงานที่ประจักษ์ในปัจจุบัน โดยให้ประชาชนพิจารณาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของบางพรรคว่า มีความเกี่ยวข้องเป็นเครือญาติกับกัมพูชาหรือไม่ และให้ดูให้ดีว่า พรรคใดทำให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงหรือการสูญเสีย ซึ่งสะท้อนว่าใครคือผู้ที่รักแผ่นดินนี้อย่างแท้จริง
นายชาดา กล่าวว่า หากประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทย เลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เบอร์ 37 จะได้ทีมรัฐมนตรีที่มีความชัดเจน อย่าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
“ถามว่าทำไมนายชาดา มี สส. อุทัยธานี เพียง 2 คน ถึงได้เป็นรัฐมนตรี นั่นคือความใจกว้างของพรรคที่มองคนรอบด้าน ไม่ได้มองเฉพาะคะแนนเสียง แต่มองคนทำงานจริง พรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำพลัส และทำมากกว่าที่บอกไว้อีก อยู่ร่วมกันแล้วมีความสุขเหมือนครอบครัวเดียวกัน ฝากผีฝากไข้ให้กับประเทศนี้ได้ต้องภูมิใจไทยเบอร์ 37 เท่านั้น คนอื่นฝากผีฝากไข้ไม่ได้ ทำกันมาหลายปีไม่เห็นผล แต่นายอนุทินเข้ามาไม่กี่เดือนกลับทำได้ นายอนุทินไม่ได้เก่งวิเศษวิโสมาจากไหน แต่รู้จักใช้คนเก่งมาทำงานเพื่อบ้านเมือง ไม่ใช่ทำให้ตัวเอง แล้วแบบนี้จะไม่เลือกภูมิใจไทยได้อย่างไร” นายชาดา กล่าว